moviethai

The way home หนังออนไลน์ คุณยายผม ดีที่สุดในโลก

หนังออนไลน์ ที่ทำให้เรานึกถึงผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยได้มีการกล่าวว่า “ในเวลาอีกไปกี่สิบปี…ประชากรของผู้สูงอายุจะกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลก” ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่นานาชาติต่างเพ่งความสนใจ 

สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยมีการคาดว่าโลกของเราจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 35 ปีข้างหน้า ซึ่งในตอนนั้นจะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรโลกทั้งหมด

นี่เป็นความท้าทายที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีแนวโน้มที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยประเทศในแถบยุโรปส่วนใหญ่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และตามมาด้วยประเทศในแถมเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ รวมถึงไทย

ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมผลักดันให้โลกเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ความเจริญรุ่งเรืองผลักให้คนหนุ่มสาวย้ายถิ่นฐานเข้าสู่การเป็นแรงงานในระบบอุตสาหกรรม และด้วยภาระหน้าที่การงาน ทำให้หลาย ๆ ครอบครัวจำเป็นต้องละทิ้งผู้สูงอายุเอาไว้ข้างหลัง เนื่องจากตนเองต้องย้ายเข้ามาทำงานในเมือง

ในภาวการณ์เช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมนึกถึง หนังออนไลน์ เรื่องหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้สูงอายุเอาไว้ได้อย่างหน้าประทับใจ นั้นก็คือเรื่อง “The way home คุณยายผม ดีที่สุดในโลก” 

หนังออนไลน์ ที่ทำให้ผมร้องไห้

หนังออนไลน์ เรื่อง The way home หรือในชื่อภาษาไทยว่า “คุณยายผม ดีที่สุดในโลก” เป็น หนังใหม่ เกาหลีที่มีตัวละควรเพียงไม่กี่ตัว โดยมีตัวละครหลักคือเด็กและหญิงชราผู้เป็นใบ้ และด้วยตัวละครเพียงเท่านี้ ประกอบกับการดำเนินเรื่องโดยมีภาพเบื้องหลังคือทิวทัศน์ของชนบท มันกลับสร้างการรับรู้ที่ลึกซึ้งและตราตรึงใจให้กับผู้ที่ได้รับชม 

“ผมเชื่อได้แน่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้โน้มน้าวหัวใจของผู้ชมหลายคนให้หวนกลับไปนึกถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในความทรงจำวัยเด็กของเรา เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้จบลง ผมเหมือนดูมนต์สะกดให้อยู่ในภาวะนิ่งงัน ผมร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กอายุไม่กี่ขวบ เพราะ หนังออนไลน์ เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงยายของตัวเอง ซึ่งเป็นความทรงจำที่ผูกพันในวัยเด็กของผมเป็นอย่างมาก”

เรื่องย่อ

moviethai

เรื่องราว ดูหนังฟรี เริ่มต้นจาก แม่ได้พา ซังวู เด็กชายอายุ 7 ขวบ จากเมืองหลวงมาอยู่กับยายในชนบท ยายของซังวูเป็นใบ้ ด้วยพื้นฐานที่ซังวูเป็นเด็กที่แสนจะแสบซนจนถึงทรวง บวกกับการที่เขาไม่ชอบบ้านนอก และไม่ชอบยายที่เป็นคนใบ้ ในแต่ละคืนวันที่เขาต้องอยู่กับยายที่นี้เพียงลำพังจึงผ่านไปอย่างคนแปลกหน้า เพราะซังวูไม่เคยสนใจยายเลย วัน ๆ เขาเอาแต่เล่นของเล่น และเกมส์กด เขากินแต่อาหารกระป๋อง เมื่อแบตเตอรี่เกมส์กดหมด ยายไม่มีเงินซื้อแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้ ซังวูจึงขโมยปิ่นปักผมของยายแล้ววิ่งหนีไปที่ร้านขายของ แต่ที่นั่นไม่มีแบตเตอรี่ขาย อยู่ต่อมาวันหนึ่งเขาอยากกินไก่เคเอฟซี แต่ยายหาไก่มาให้ได้เพียงไก่ต้มธรรมดาเท่านั้น ซังวูโวยวายร้องไห้ชักดิ้นชักงอ แต่สุดท้ายเขาก็กินมันด้วยความหิว 

ต่อมายายล้มป่วยลง ซังวูจึงต้องคอยดูแลใกล้ชิด และคืนปิ่นปักผมให้กับยาย เสมือนเป็นการขอโทษในสิ่งที่ทำอยู่ เมื่อยายหายดี ด้วยเงินเพียงเล็กน้อยที่ยายขายผักได้ ยายจึงซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ให้ซังวู แล้วพาไปทานอาหารที่ภัตตาคาร แต่ยายกินเพียงของกินเล่นและชาเขียว 

ตอนกลับบ้านยายส่งท๊อฟฟี่ให้ซังวู และส่งซังวูขึ้นรถเมล์กลับบ้าน เมื่อรถเมล์ไปจอดที่ป้าย ซังวูยืนงง ๆ คอยยายที่ป้ายรถเมล์อยู่พักใหญ่ จนในที่สุดยายก็เดินตามมาพร้อมกับถือของพะรุงพะรังและเนื้อตัวที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นั่นก็เป็นเพราะยายไม่มีเงินพอจ่ายค่ารถเมล์สำหรับสองคน

เมื่อใกล้จะถึงเวลาที่ซังวูต้องกลับบ้านไปอยู่กับแม่ในเมือง เขาได้แพ็คของเล่นใส่รถลาก ส่วนยายก็ช่วยเอากระดาษห่อเครื่องเล่นเกมส์ของซังวูให้เรียบร้อย จากนั้นเขาก็ดึงรถลากไปตามทางที่ขรุขระแต่พลาดจนหกล้ม ในขณะที่หาอะไรมาเช็ดหัวเข่า เขาก็เจอกับสิ่งที่หุ้มบนเกมส์เครื่องที่ยายห่อไว้ มันคือเงิน จำนวน 1,000 วอนพับครึ่ง ซึ่งเงินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับจ่ายค่าแบตเตอรี่ ซังวูร้องไห้แล้ววิ่งไปหายาย 

คืนนั้นซังวูพยายามสอนยายที่ไม่เคยรู้หนังสือ ให้เขียนจดหมายถึงเขา แต่ยายก็ไม่สามารถเขียนได้ เขาบอกกับยายทั้งน้ำตาว่า ถ้ายายป่วย แค่ส่งโปสการ์ดเปล่า ๆ ให้เขาก็พอ เขาจะได้รู้และเขาจะมาหายาย

ในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ยายหลานต้องจากกัน ซังวูส่งของบางอย่างให้กับยาย และรีบวิ่งขึ้นรถ สิ่งที่ซังวูส่งให้ยายมันคือโปสการ์ด 5 ใบ ซึ่งยายถือมันไว้ในมือ โดยโปสการ์ดทั้งหมดเขียนชื่อและที่อยู่ของซังวู และในช่องผู้ส่งเขียนว่า “จากยาย” เขาวาดภาพ “ยายที่กำลังป่วย”

มันคือตอนท้ายสุดของเรื่องราวยายหลาน การจากกันไปอยู่ในที่ทางของตัวเอง ระหว่างเมืองและชนบท พวกเขาถูกแยกจากกันด้วยเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเด็กอย่างเขาคงเกินกว่าจะเข้าใจได้ แต่การที่เขามีโอกาสได้มาใช้ชีวิตในชนบท และสายใยความผูกพันของยายหลาน คงจะเป็นประสบการณ์ล้ำค่า ซึ่งมันจะยังคงอยู่กับซังวูตลอดไป

หนังดราม่าเรียกน้ำตา

The Way Home เป็น หนังออนไลน์ ดราม่าเรียกน้ำตา เราจะได้เรียนรู้ความหมายของชีวิตและมิตรภาพที่บริสุทธิ์ของคนสองวัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นภาพสะท้อนความแตกต่างของวิธีคิด ระหว่าง “วัฒนธรรมชนบท” กับ “วัฒนธรรมเมือง” 

เราจะได้ ดูหนังออนไลน์ เห็นความผูกพันระหว่างหลานกับยาย แม้การเล่าเรื่องจะเป็นการถ่ายทอดอย่างเรียบง่ายและแสนจะธรรมดา แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะสื่ออารมณ์มาถึงผู้ชมได้อย่างเต็มเปี่ยม ผู้กำกับสามารถจัดวางเนื้อเรื่องได้อย่างพอดิบพอดี และควบคุมจังหวะการสร้างอารมณ์ร่วมให้เกิดขึ้นทีละน้อย ทั้งยังสอดแทรกมุขตลกเป็นระยะแม้แต่ในฉากที่น่าสะเทือนใจ เรื่องราวจึงดูสมจริง โดยเราจะพบว่าการกระทำเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวละควรกลับสร้างความสะเทือนอารมณ์ให้กับผู้ชมได้อย่างท่วมท้น

คงเป็นเพราะว่าเรื่อราวของยายหลายคู่นี้ อาจจะตรงกับสภาพความเป็นจริงของสังคมที่เราได้เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มีเด็กจำนวนมากที่เกิดและเติบโตเมือง ในขณะที่พ่อแม่ของเขาคือคนต่างถิ่นที่เข้ามาอาศัยและทำงาน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งในที่สุดเด็กเหล่านี้ที่เกิดใหม่จะกลายเป็นคนเมือง และทอดทิ้งชนบทเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในสังคมเกาหลีเท่านั้น แต่ในสังคมไทยของเรา ก็เกิดเรื่องราวเหล่านี้ไม่แตกต่างกัน

อย่างที่ผมได้กล่าวเอาไว้ในข้างต้นว่า เรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ทว่ามีผู้สูงอายุอีกมากหมายถูกปล่อยไว้อย่างโดดเดียว มันคงเป็นคำถามที่ยากจะตอบ เพราะเราจะทำอะไรได้เล่า ก็โครงสร้างของปัญหาในสังคมมันใหญ่เกินกว่าที่เราจะแก้ไขได้ แต่สิ่งที่เราเราทำได้ก็เห็นจะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เราอยู่นี่เอง รอบข้างคุณมีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดียวหรือเปล่า?

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในใจของผม เพราะก่อนที่ผมจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงลืมยายของผมเอาไว้เบื้องหลัง เพราะเมื่อผมเติบโตขึ้น ด้วยภาระหน้าที่การงาน ผมแทบไม่มีเวลาได้ใส่ใจดูแลคนใกล้ตัว แต่ทว่าหลังจากที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เราได้หลงลืมผู้หญิงชราคนหนึ่งไป หญิงชราที่เรากอดตอนเด็ก ๆ หญิงชราที่ความรักของเธอช่างยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์

ในภาพยนตร์เรื่อง The way home ในตอนจบถูกปิดท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ อุทิศแด่ผู้เป็นยายทุกคน” 

แต่สำหรับตัวผมเอง…ผมจะของจบงานเขียนชิ้นนี้ด้วยประโยคที่ว่า “บทความชิ้นนี้ ขออุทิศแด่ยาย และผู้สูงอายุทุกคน”

ในฐานะที่เราเป็นคนรุ่นใหม่ จงอย่าได้หลงลืมคนรุ่นเก่า อย่าได้ดูถูกดูแคลนคนรุ่นเก่า ไม่ใช่เพราะคนเหล่านี้หรือ? เราจึงได้เติบโตขึ้นมาเป็นเราในวันนี้

จบไปแล้วกับการรีวิว หนังออนไลน์ The way home อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนัง และ ดูหนังดราม่าใหม่ ๆ ได้ที่ ” moviethai

หนังออนไลน์

หนังออนไลน์ รีวิวภาพยนตร์ : Godzilla 2019

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์ หนังออนไลน์ ทีได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และนี่คือการรีเมคจักรวาลครั้งใหญ่ของเหล่าเจ้าสัตว์ประหลาดที่หายสาบสูญไปอย่างยาวนานอย่าง ก็อซซิลล่า โดยในภาคล่าสุดนี้เป็นการร่วมจักรวาลกันของ มอนสเตอร์เวิร์ส (MosterVerse) ที่ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเจ้าสองสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่อย่างก็อซซิลล่าปะทะเจ้าคิงคองยักษ์ โดยที่ภาคนี้เป็นสะพานเชื่อม เรื่องราวเกิดขึ้น โมนาร์ซ สถาบันวิจัยสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นองค์กรที่มีเงินเกื้อหนุนขนาดใหญ่จากผู้ใหญ่ระดับโลก แต่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปขององค์กรนี้อย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาได้เจอกับเหล่าสัตว์ประหลาดที่เคยเรื่องชื่อและกลายเป็นตำนาน แต่ปัจจุบันพวกเขาตั้งใจจะทำให้ตำนานเหล่านั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เมื่อนักวิทยาศาตร์คนหนึ่งสามารถค้นพบวิธีควบคุมเจ้าสัตว์ประหลาดในตำนานโดยวิธีการใช้คลื่นเสียง พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกับความสำเร็จในครั้งนี้เป็นอย่างมาก และทันทีที่อุปกรณ์นี้เสถียรแน่นอนว่า ก็ถึงเวลาที่ต้องลองใช้งานเพื่อประเมินความสามารถของอุปกรณ์ดังกล่าว โดยทางทีมงานสำรวจของพวกเขาได้พบกับ มอธร่า สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับผีเสื้อ โดยพวกเขาได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการควบคุมมัน และการได้ยินเสียงของอุปกรณ์เสียงอัลตร้าขณะทดลองทำให้มันเกิดคลุ้มคลั่ง และนักวิทยาศาสตร์พวกนี้ไม่รู้เลยว่า เสียงที่ได้ทำการทดลองไม่ได้ทำให้เจ้ามอธร่าตัวเดียวที่ตื่น แต่ได้ทำการปลุกเจ้าสัตว์ประหลาดทุกตัวที่จำศีลอยู่มาหลายร้อยปี บ้างก็อาจจะถึงพันปีตื่นขึ้นจากภวังค์ ไม่ว่าจะเป็น ก็อดซิลล่า, มอธร่า, โรแดน และคิงกิโดร่า 

หนังออนไลน์

คิงกิโดร่าทันทีที่มันตื่นขึ้น มันก็ผงาดและทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าและเรียกรวมพลในฐานะของคู่ปรับตลอดกาลของก็อซซิลล่า ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นก็อซซิลล่าที่จำศีลอยู่ในใต้มหาสมุทร ก็รับรู้ถึงเสียงของอุปกรณ์ดังกล่าวแต่มันเลือกที่จะชาร์จพลังงานต่อ เนื่องจากตัวมันเกิดขึ้นจากกัมมันตรังสี ทำให้หากไม่มีการชาร์จพลังงานระดับนิวเคลียร์มันก็ไม่ต่างอะไรจากกิ้งก่าที่มีดีแค่ตัวใหญ่ แต่แล้วคิงกิโดร่าก็ยิ่งแสดงความยิ่งใหญ่ของการกลับมาของมัน ทำให้เหล่าทีมงาน โมนาร์ซ ลงมติว่า พวกเขาต้องไปปลุกก็อซซิลล่า ขึ้นมา อาจจะมีความเสี่ยงที่มันมีภัยต่อความมั่นคงของโลก แต่วิธีเดียวที่สามารถกำจัดคิงกิโดร่าและเจ้าสัตว์ประหลาดบริวารของมัน คือ การปลุกเจ้าแห่งสัตว์ประหลาดอย่าง ก็อซซิลล่า ให้ธรรมชาติและวิถีชีวิตของพวกมันเข้าที่

นักแสดง

การกลับมาของเจ้าแห่งสัตว์ประหลาดในดึกดำบรรพ์อย่าง ก็อซซิลล่า 2019 ในครั้งนี้ ได้รับทีมงานและนักแสดงแถวหน้ามาอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล ดัคเฮอร์ตี้ (Michael Dougherty) ที่รับหน้าที่ทั้งผู้กำกับ และร่วมเขียนบท เวรา ฟาร์มิกา (The Conjuring), เคน วาตานาเบะ (Ken Watanabe) และ แซลลี ฮอว์กินส์ (Sally Hawkins) นำทีมแสดง ร่วมด้วย ไคลี แชนด์เลอร์ (Kyle Chandler), วีรา ฟาร์มิกา (Vera Farmiga), ไมลี บ็อบบี้ บราวน์ (Millie Bobby Brown), แบรดลีย์ วิทฟอร์ด (Bradley Whitford), ชาร์ลส์ แดนซ์ (Charles Dance), โธมัส มิดเดิลดิทช์ (Thomas Middleditch), โอ’เชีย แจ็กสัน จูเนียร์ (O’Sea Jackson Jr.) และ จาง จื่อหยี (Zhang Ziyi) เรียกว่าเป็นภาพยนตร์ที่รวมตัวนักแสดงระดับรางวัลทั้งเอเชียและ หนังใหม่ ฮอลลีวูดอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ และยังได้ฝีมือการกำกับอย่างผู้กำกับหนังสัตว์ประหลาดชื่อดังอย่าง ไมเคิล โดเฮอร์ตี้

ความรู้สึกหลังชม 

จุดเด่น 

– ภาพการต่อสู้ของเหล่าสัตว์ประหลาดยิ่งใหญ่และตระกาลตา สมกับการรอคอย

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเหล่าสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์บนภาพยนตร์ในปี 2019 นี้ถือว่าเป็นการกลับมาอย่างสมเกียรติเนื่องจากได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง ไมเคิล โดเฮอร์ตี้ ราชาหนังสัตว์ประหลาด และเขาก็ทำมันได้อย่างตระกาลตาตั้งแต่การเนรมิตเจ้าสัตว์ประหลาดได้อย่างสมจริงและใหญ่กว่าทุกภาคที่ผ่านมา รวมถึงการเข้าปะทะกันของพวกมัน ที่ได้ดึงพลังและคาแรคเตอร์ของมันออกมาได้อย่างสวยงาม นี่กลายเป็นหนังที่ทำให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งทั้งในจอและนอกจาก และช่วยเสริมเติมจินตนาการเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่กลายเป็นตำนานของโลกใบนี้จริง ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นซีนการปะทะกันของ มอธร่า ที่ได้ฉายาว่า แม่ของเหล่าสัตว์ประหลาด ด้วยรูปร่างที่ดูเหมือนผีเสื้อและแสงรอบตัวที่เหมือนผู้ประทานพรแก่โลก กับ โรแดน ที่ผู้คนต่างเรียกมันว่าอีกาจากนรก ด้วยความเร็วในการบินของมันทำให้ทุกอย่างที่อยู่รอบข้างและรูปร่างที่เหมือนอีกาที่เป็นตัวแทนของความตาย หรือจะคู่ใหญ่อย่าง ก็อซซิลล่า ราชันแห่งมอนสเตอร์ที่มีพลังที่รุนแรงยิ่งกว่านิวเคลียร์ กับเจ้าคู่ปรับตลอดกาลอย่าง คิงกิโดร่า นี่มันคือหนังที่แฟน ๆ และคนรักสัตว์ประหลาดต้องได้ดู 

– เล่าเรื่องความลับของแต่ละสัตว์ประหลาดแต่ละตัวได้อย่างน่าสนใจและเป็นข้อมูลเชิงลึก

เนื่องจากเรื่องราวเล่าผ่านมุมมองขององค์กรปริศนาอย่าง โมนาร์ซ ทีมวิจัยเรื่องราวเหนือธรรมชาติรวมถึงเรื่องราวของเจ้าสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์พวกนี้ด้วย ทำให้เราได้รู้ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถหาได้ในภาคไหน นี่คือการตกตระกอนของความรู้จากหนังภาคที่ผ่านมาไว้ในหนังเรื่องนี้ นี่คืออีกหนึ่งความฉลาดของคนเขียนบทที่จะปูเรื่องราวให้ทั้งผู้ชมใหม่และผู้ชมเก่ามีความรู้พื้นฐานเท่ากันก่อนที่จะพาพวกมันเข้าสู่จักรวาลมอนสเตอร์ในอนาคต

– สมจริงและสเปเชียลสวยงาม สมราคาคุย 

เจ้าสัตว์ประหลาดทุกตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างออกมาได้อย่างสมจริง สมกับราคาที่ผู้กำกับเคยพูดทิ้งไว้ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า เขานั้นได้ลงทุนกับทีมเอฟเฟคสำหรับการรังสรรค์เจ้าสัตว์ประหลาดให้ออกมาสมจริง เหมือนกับว่ามันมีชีวิตอยู่จริง ๆ เพราะการมีอยู่ของมันคือจุดขายของหนังเรื่องนี้ และเขาก็ทำสำเร็จจริง ๆ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในหนังแสง สี เสียง การเดินเรื่องโดยมีก็อซซิลล่า ทุกอย่างมันเหมือนกับว่า ก็อซซิลล่า มีชีวิตอยู่จริง ๆ บนโลกของเรา 

จุดด้อย 

– วิธีการเล่าเรื่องไม่ค่อยน่าสนใจนัก มีประเด็นหนัก ๆ เยอะแต่ไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มที่

จุดล้มเหลวของ หนัง ภาคนี้คือ การที่พยายามใส่ประเด็นหนัก ๆ หลายประเด็นลงไปในหนังให้ตัวเนื้อเรื่องเกิดคุณค่าและมีข้อคิดสอนใจอย่างตั้งใจจนพัง เพราะในเรื่องมีการยำหลายประเด็นจนไม่สามารถไปสุดได้สักทาง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง ประเด็นครอบครัว หรือจะเป็นประเด็นความเหลื่อมล้ำของสังคม ทุกอย่างเป็นประเด็นที่ดีและน่าสนใจแต่ตัวเนื้อเรื่องไม่สามารถทำให้เราไปถึงจุดพีคของแต่ละประเด็นได้เลย จนจบเรื่องเราก็ไม่สามารถตกผลึกทางความคิดได้ว่าจริง ๆ หนังต้องการส่งข้อความอะไร

– ไม่มีความสมเหตุสมผลของมิติตัวละครและในหลายฉาก

หนังมีหลายเรื่องที่ต้องพยายามสื่อสารกับคนดูไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเจ้าสัตว์ประหลาด, ประเด็นปัญหาที่พยายามจะเสริมเนื้อเรื่อง หรือจะความคลุมเครือของตัวองค์กรวิจับสัตว์ประหลาด ทุกอย่างพยายามใช้เวลาในการเล่าทำให้เรื่องราวที่จำเป็นที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกลับสั้นและทำออกมาได้อย่างดูไม่สมกับเหตุผลที่ทางหนังเล่ามา ตัวอย่างที่ชัดมาก ทำไมถึงไม่มีใครสามารถคิดได้ว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากเสียงเพราะฉะนั้นก็ต้องย่อมใช้เสียงเพื่อไล่พวกเจ้าสัตว์ประหลาดกลับไป นี่เป็นเรื่องที่ทำให้คนดูหลายคนต่างต้องรู้สึกดูไปและก็หงุดหงิดไป 

สรุป 

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเจ้าสัตว์ประหลาดชื่อก้องโลกอย่าง ก็อซซิลล่า ที่ได้ไม่กลับมาตัวเดียวแต่มาพร้อมกับ มอธร่า, โรแดน และคิงกิโดร่า ใครที่เป็นแฟน ๆ ของเจ้าพวกนี้ต้องห้ามพลาดเพราะนี่เป็นภาคที่จะทำให้พวกคุณได้รู้เรื่องราวที่เป็นความลับของพวกมัน การกำเนิด วิถีชีวิต และอีกมากมาย รวมถึงฉากการปะทะที่ทำให้แฟน ๆ คอหนังสัตว์ประหลาดต้องตะลึงกับความตระการตาของฉาก แสง เอฟเฟค และเจ้าสัตว์ประหลาด 

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังGodziilla 2019 อย่าลืมติดตาม การรีวิวหนังและดูหนังระทึกขวัญใหม่ ๆ ได้ที่ “moviethai